ปรึกษาหรือรับโปรโมชั่นสร้างแบรนด์ ติดต่อผ่านช่องทางดังนี้

HOW TO

ทำแบรนด์เครื่องสำอาง...ตั้งราคาสินค้าอย่างไรไม่ให้ขาดทุน? 



สำหรับเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางหน้าใหม่ อาจจะมีปัญหากับการตั้งราคาสินค้าว่าจะตั้งราคาบวกกำไรเท่าไหร่ดี บ้างก็ไปดูสินค้าตาม 7-11 บ้างก็ดูสินค้าที่เค้าขายออนไลน์ว่าเค้าตั้งราคากันเท่าไหร่ และเปรียบเทียบกับสินค้าของตัวเอง ว่าเราควรตั้งให้ใกล้เคียงเพื่อที่จะแข่งขันในตลาดได้...แต่จริงๆแล้วการตั้งราคามันเป็นอะไรที่มากกว่านั้นมากค่ะ

วันนี้วธูธร มีสูตรการตั้งราคาสินค้าเครื่องสำอางมาให้ทุกคนที่อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ อยากผลิตเครื่องสำอางเป็นแบรนด์ของตัวเอง อยากรู้ใช่มั้ยคะ ว่าตั้งราคาสินค้าอย่างไรให้เราได้กำไร+ไม่ขาดทุน

 

STEP 1 รู้ราคาต้นทุนสินค้าตัวเองก่อน





ต้นทุนการผลิตเครื่องสำอาง หลายๆคนมักเข้าใจผิดว่า ราคาที่ได้จากโรงงานผลิตเครื่องสำอางนั้น ค่าเนื้อครีม + แพ็คเกจจิ้ง คือต้นทุนทั้งหมด บอกเลยค่ะว่า คิดผิดมหันต์ เพราะจริงๆแล้วเราควรคิดต้นทุน ดังนี้ค่ะ
 
  1. ต้นทุนขายหรือสินค้า
คือต้นทุนค่าเนื้อครีม + แพ็คเกจจิ้ง +ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ฉลาก, สติ๊กเกอร์, กล่อง เป็นต้น
 
  1. ต้นทุนบริหาร
คือ ต้นทุนระหว่างผลิตสินค้า การสำรวจตลาด ต้นทุนสินค้าคู่แข่ง, สินค้าทดลองใช้, ต้นทุนค่าสิทธิบัตรงานวิจัย, ต้นทุนค่าที่ปรึกษา ค่าจดแจ้งอย., ค่าทดสอบผลิตภัณฑ์จากลุ่มตัวอย่าง ( ที่เคลมว่า เห็นผลภายใน x สัปดาห์ สำรวจจาก ผู้หญิง ยุ x ปี จำนวน x คน ), ค่าทดสอบการแพ้หรือทดสอบการปนเปื้อน ( Dermatology tested ), ค่าขนส่งมายังคลังสินค้าของเรา  และค่าต้นทุนอื่นๆที่เกิดขึ้นเพื่อใช้ประกอบสินค้าที่พร้อมจะวางขาย ต้นทุนการตลาด ค่าโฆษณาออนไลน์ จ้างบิวตี้บล็อกเกอร์ ค่าจ้างเอเจนซี่ทำโฆษณา ค่าการตลาดแบบสะสมแต้ม ทำคูปองส่วนลด ของสมนาคุณ สินค้าขนาดทดลองแจกกลุ่มเป้าหมาย ต้นทุนช่องทางขาย เช่นค่าแรกเข้า การธรรมเนียมการขาย การธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าส่งสินค้า ต้นทุนดำเนินการ ค่าจ้างคน ค่าเช่าโกดังเก็บสินค้า ค่ากล่องและอุปกรณ์ส่งพัสดุไปรษณีย์ ค่าเก็บเงินปลายทาง ค่าสาธารณูปโภคน้ำ + ไฟ+ โทรศัพท์ , ค่าทำเว็บไซต์ ค่าดูแลเพจ ค่าจ้างแอดมิน ฯลฯ
 
  1. ต้นทุนอื่นๆ
ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล ค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเรียมการชำระเงิน ค่าประกันสังคม ฯลฯ

 
เห็นไหมคะว่า ต้นทุนกว่าจะผลิตเครื่องสำอางออกมาสัก 1 แบรนด์ ต้นทุนมากมาย ไม่ใช่แค่ต้นทุนสินค้าที่ได้มาจากโรงงานนะคะ แต่เห็นแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจว่าทำไมต้นทุนมากมาย เพราะการตั้งราคาที่ดีจะนำไปสู่กำไรค่ะ มาดูวิธีการตั้งราคากันนะคะ

 

ทราบต้นทุนทั้งหมดแล้ว ตั้งราคาอย่างไร? 

 

การตั้งราคาสินค้า Price Structure มีวิธีการหลักๆ 2 วิธี ได้แก่

 

Mark up Cost หรือการตั้งราคาจากต้นทุนของสินค้า



( ภาพตัวอย่าง การตั้งราคาจากต้นทุนของสินค้า )
 

Mark Up on Selling Price หรือการตั้งราคาจากราคาขาย



(ภาพตัวอย่าง การตั้งราคาจากราคาขาย)


วิธีการตั้งราคาทั้ง 2 แบบ มีต้นทุนและกำไรที่ต้องการเหมือนกัน แต่ราคาขายต่อชิ้นไม่เท่ากัน สามารถใช้ได้ทั้ง 2 วิธี แต่ส่วนใหญ่จะนิยมใช้วิธีที่ 2 ค่ะ เพราะ safe มากกว่า


จะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัญที่คนสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง โดยเฉพาะยุคสมัยที่ทำการตลาดออนไลน์ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือ “ต้นทุนสินค้า” หากเราคิดต้นทุนสินค้าได้ละเอียดถี่ถ้วนมากเท่าไหร่ เราจะสามารถคิดราคาขาย ประเมินกำไร ประเมินค่าใช้จ่ายในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการขาดทุน การตั้งราคาจึงจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่ยังไม่ผลิตสินค้า ควรตั้งราคาไว้ก่อนการผลิตเพื่อที่เราจะได้คุมงบประมาณ

 
บทความนี้นำเสนอวิธีตั้งราคาแบบคร่าวๆ หากต้องการทราบข้อมูลการตั้งราคา การคิดต้นทุน การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายสำหรับคนสร้างแบรนด์ ทางบริษัท วธูธร จำกัด มีคอร์สสัมมนาให้คนอยากสร้างแบรนด์เครื่องสำอางได้เรียนรู้ และปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ สามารถลงชื่อผ่านเว็ปไซต์ www.wathoothorn.com ในกล่องรับข้อความหน้าเว็ป เพื่อลงทะเบียนได้ก่อนใคร ส่วนวันและเวลาทางบริษัทจะแจ้งให้ทราบเร็วๆนี้
 

ขอบคุณข้อมูลจากการสัมมนา K SME บริหารธุรกิจเครื่องสำอางอย่างไรไม่ให้เจ๊ง!! โดยคุณวรวุฒิ สายบัว


เขียนโดย Jaruda S.
ขอบคุณภาพจาก Pexels.com



 
 
 

TAG CLOUD

Nearby Blog

ปรึกษาหรือรับโปรโมชั่นสร้างแบรนด์ ติดต่อผ่านช่องทางดังนี้