ปรึกษาหรือรับโปรโมชั่นสร้างแบรนด์ ติดต่อผ่านช่องทางดังนี้

SPOTLIGHT


                หลายๆคนที่อยากผลิตเครื่องสำอางเคยสงสัยไหมคะว่า คำว่า Organic (ออร์แกนิค) หรือ Natural (ธรรมชาติ) แตกต่างกันอย่างร? วันนี้ทางวธูธรจะพาทุกท่านที่อยากผลิตเครื่องสำอาง Organic (ออร์แกนิค) หรือ Natural (ธรรมชาติ) เรามาทำความรู้จักทั้ง 2 คำนี้กันเลยดีกว่าว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
 

ผลิตเครื่องสำอางแบบ Organic



                ออร์แกนิค คือ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปลูกโดยวิธีทางการเกษตร ที่ปลูกโดยวิธีเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นวิธีการปลูก ที่ควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนของสารเคมีในทุกขั้นตอนการผลิต ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องสำอางจะต้องมีการเตรียมดินและน้ำเป็นเวลาหลายปี อย่างน้อยต้อง 3 ปีขึ้นไป เพื่อไม่ให้มีสิ่งปนเปื้อนหลงเหลืออยู่ ส่วนปุ๋ยก็ต้องทำจากธรรมชาติ รวมถึงขั้นตอนการแปรรูปก็ต้องถูกควบคุมให้การเจือปนมีน้อยที่สุดอีกด้วย


                ซึ่งการได้มาของวัตถุดิบใดก็ตามต้องได้รับมาตราฐานการรับรองตั้งแต่ วัตถุดิบพื้นฐานที่นำมาใช้ต้องได้รับการรับรอง มาแปรรูปด้วยขบวนการควรคุมที่ได้รับการรับรอง จนมาถึงซึ่งการผลิตเครื่องสำอางก็ต้องถูกควบคุมตามมาตราฐานทุกขั้นตอน การกล่าวว่าการผลิตเครื่องสำอางเป็น Organic (ออร์แกนิค) นั้น จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการรับรองจากสถาบัน และจะต้องมีตราประทับบนฉลากอย่างชัดเจนว่าได้รับการรับรองจากประเทศใดหรือกลุ่มประเทศใด
 

                 ดังนั้นการที่จะบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์ใดเป็นการผลิตเครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติ (Natural) หรือ การผลิตเครื่องสำอางแบบออร์แกนิคนั้น จึงมีวิธีการดูจากสารสกัดที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นหลักค่ะ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือ ของใช้สำหรับเด็กที่มักจะมีการใช้คำว่า ผลิตภัณฑ์ที่มาจาก Natural (ธรรมชาติ) หรือ เป็นผลิตภัณฑ์แบบ Natural (ธรรมชาติ) กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมาตรฐานของ ECOCERT เค้าได้กำหนดไว้ดังนี้ค่ะ

 

ผลิตเครื่องสำอางแบบ Natural



                มาต่อกันที่ Natural (ธรรมชาติ) แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ Organic (ออร์แกนิค) ตรงที่ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบจากธรรมชาติเป็นพืช ผัก ผลไม้จริง แต่ถ้าผักและผลไม้นั้นถูกฉีดยาฆ่าแมลง ใส่ปุ๋ยเคมี หรือทำ GMO ก็ยังถือว่าเป็นการผลิตเครื่องสำอางแบบ Natural (ธรรมชาติ)

และถ้าเราจะผลิตเครื่องสำอาง 100 % แบบ Natural นั้น แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

1. สารสกัดจากธรรมชาตินั้นจะต้องได้มาจากธรรมชาติ (Natural) เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก
2. สารสกัดจากธรรมชาตินั้นจะต้องมีต้นกำเนิดมาจากธรรมชาติ แต่อาจมีการกระบวนการผลิตบางอย่างที่ดัดแปลง จนได้ออกมาเป็นสารชนิดหนึ่ง (Natural Origin) เช่น สารสกัดที่มาจากมะพร้าว เป็นต้น

 

ข้อแตกต่างของการผลิตเครื่องสำอางแบบ Organic และ Natural



                การผลิตเครื่องสำอางแบบ Natural (ธรรมชาติ) คือการใช้สารสกัดหรือวัตถุดิบที่ได้จาก Natural (ธรรมชาติ) หรือมีส่วนประกอบจากวัตถุดิบ Natural (ธรรมชาติ) ในผลิตภัณฑ์ หากไม่มีส่วนประกอบใดเลยที่มาจากธรรมชาติ (Natural) ก็ไม่จะสามารถกล่าวได้ว่าสินค้านี้มาจากธรรมชาติ (Natural)

                 ส่วนการผลิตเครื่องสำอาง Organic (ออร์แกนนิค) จะมีสิ่งที่เพิ่มเติมจากการผลิตเครื่องสำอางจากธรรมชาติคือ วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการแปรรูปเป็นสารสกัด จะต้องไม่ผ่านขบวนการเกี่ยวกับสารเคมีใดๆและแหล่งเพาะปลูกจะต้องไม่ผ่านการใช้สารเคมีเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป โดยในการเคลมจะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ ประกอบไปด้วย
 
  1.  Organic(100%) คือ วัตถุดิบได้รับการรับรองหมดทั้งสูตรผลิตภัณฑ์
  2. Organic วัตถุดิบได้รับการรับรองอย่างน้อย 95 % และ 5 % คือสารที่อยู่ในรายการที่อนุญาตให้ใช้
  3. Made with Organic วัตถุดิบได้รับการรับรองอย่างน้อย 70 % และ 30 % คือสารที่อยู่ในรายการที่อนุญาตให้ใช้
  4. หากน้อยกว่า 70 % จะไม่สามารถเคลมได้ว่าผลิตภัณฑ์มาจาก Organic แต่จะบอกได้ว่า ส่วนประกอบสำคัญตัวไหนมาจาก Organic เท่านั้นด้วยการใส่เครื่องหมาย * และเพิ่มการขยายความพร้อมระบุ % ร้อยละ


                 และนี่ก็คือความแตกต่างระหว่าง คำว่า Organic (ออร์แกนิค) หรือ Natural (ธรรมชาติ)  แต่สิ่งหนึ่งที่ 2 อันนี้เหมือนกันคือการผลิตเครื่องสำอางจากธรรมชาติและแบบ Organic ไม่สามารถเติมน้ำหอมสังเคราะห์ สี ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมี และส่วนประกอบอื่นๆ ที่ไม่มีผลดีต่อผิวลงในผลิตภัณฑ์ได้ ยิ่งไปกว่านั้นการใส่วัตถุกันเสียและสารลดแรงตึงตัวก็อยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวดอีกด้วยค่ะ สำหรับใครที่อยากผลิตเครื่องสำอางแบบ Organic (ออร์แกนิค) หรือผลิตเครื่องสำอางแบบ Natural (ธรรมชาติ) สามารถติดต่อสอบถามกับทางวธูธรได้ที่

เพิ่มเพื่อน

ข้อมูลจาก คุณ ณัฎฐพัฒน์ ทองยิ้ม (R&D จากบริษัท วธูธร จำกัด)
Writen By : Kanyapat P.

TAG CLOUD

ปรึกษาหรือรับโปรโมชั่นสร้างแบรนด์ ติดต่อผ่านช่องทางดังนี้