สร้างแบรนด์ TikTok Shopee สำหรับแบรนด์บิวตี้ ต้องเริ่มจากอะไร?
แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok และ Shopee กลายเป็น พื้นที่สำหรับ การสร้างแบรนด์ และสร้างยอดขายที่สำคัญอย่างมากในช่วงนี้ แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางจำนวนมาก แจ้งเกิดจากหน้าจอมือถือ ผ่านวิดีโอสั้น การ Live สด และการรีวิวจากคนธรรมดาที่ใช้จริง
แล้วถ้าเราอยากสร้างแบรนด์บิวตี้บน TikTok และ Shopee ให้ไปได้ไกล ควรเริ่มจากอะไร และต้องเตรียมอะไรบ้าง? โรงงานผลิตครีม วธูธรขอพาคุณไล่ทำความเข้าใจกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง ว่าต้องเริ่มจากอะไรบ้าง
ทำไม TikTok และ Shopee ถึงเป็นช่องทางหลักของแบรนด์บิวตี้ยุคใหม่
เหตุผลที่ TikTok และ Shopee กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักของแบรนด์บิวตี้ เกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
สินค้าบิวตี้เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความลังเลสูง เพราะเกี่ยวข้องกับผิวหน้า ความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ต้องใช้เวลา เมื่อเทียบกับการอ่านรีวิวหรือคำอธิบายแบบตัวอักษร การได้เห็นของจริงผ่าน วิดีโอและ Live สดสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า ซึ่ง TikTok และ Shopee ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ในไม่กี่นาที และช่วยเพิ่มความมั่นใจในการกล้าซื้ออย่างมาก
TikTok เด่นเรื่อง การสร้างการรับรู้และกระตุ้นความอยากซื้อ คนจำนวนมากไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ แต่เจอคอนเทนต์แล้วอิน รู้สึกอยากลอง และตัดสินใจซื้อทันทีจากอารมณ์ในตอนนั้น ในขณะที่ Shopee คือจุดที่ลูกค้ามักเข้ามาเปรียบเทียบราคา ดูรีวิว ดูคะแนน และรอโปรโมชันก่อนกดสั่งซื้อ
แบรนด์บิวตี้แบบไหนเหมาะกับการเริ่มบน TikTok และ Shopee
- กินแคร์ที่แก้ปัญหาเฉพาะทาง เช่น สิว ผิวแพ้ง่าย ฝ้า
- แบรนด์ที่มี Story หรือแนวคิดชัด
- แบรนด์ที่พร้อมโชว์ผลลัพธ์จริง
- แบรนด์ที่พร้อมทำคอนเทนต์ต่อเนื่อง
แนวทาง การสร้างแบรนด์ ขายบน TikTok / Shopee ที่บิวตี้แบรนด์นิยมใช้
Content Marketing
คือการเล่าเรื่องให้คนดูรู้สึกว่าอยากดูต่อและส่งต่อจนเกิดกระแส แบรนด์บิวตี้ที่ทำคอนเทนต์ได้ดี มักไม่ขายตรง แต่เน้นให้คนดูเห็นภาพการใช้งานจริงหรือมีอารมณ์ร่วม เช่น
- คลิป Before / After ที่ถ่ายในสภาพแสงธรรมชาติ
- รีวิวโชว์เนื้อครีมและการซึมบนผิวจริง
- คอนเทนต์แนว Get Ready With Me (GRWM) ที่แทรกสินค้าแบบไม่ขายเกิน
- ใช้เพลงหรือเทรนด์ที่กำลังมา ผสมกับการเล่าเรื่องของสินค้า
- สร้างคอนเทนต์บันเทิงที่ Tie in สินค้าไปด้วย
Influencer & Affiliate Marketing
ไม่จำเป็นต้องใช้อินฟลูเอนเซอร์ใหญ่เสมอไป บางครั้ง Micro Influencer ที่ผู้ติดตามไม่เยอะมาก แต่พูดจริง ใช้จริง กลับขายได้ดีกว่า ยิ่งถ้าเปิด Affiliate ให้ครีเอเตอร์ ก็จะมีแรงผลักดันช่วยขาย เพราะได้คอมมิชชั่นจากยอดจริง แบรนด์ก็ไม่ต้องเสี่ยงจ่ายเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้าด้วย
User Generated Content (UGC)
รีวิวจากลูกค้าจริง มีพลังมากกว่าคอนเทนต์ที่แบรนด์ทำเองเสมอ แบรนด์บิวตี้เลยชอบชวนลูกค้าโพสต์รีวิว ใช้ #แบรนด์ ให้คนหาแบรนด์คุณเจอได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงเอาคอนเทนต์ลูกค้ามารีโพสต์ ยิ่งมีเสียงรีวิวจากคนใช้จริงเยอะเท่าไหร่ ความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าเก่าและใหม่ที่มีต่อแบรนด์คุณก็ยิ่งสะสมเพิ่มขึ้น
รีวิวและ Rating
หลายแบรนด์มองว่ารีวิวกับคะแนนเป็นแค่ภาพลักษณ์ แต่ในความเป็นจริงนั้น บน TikTok และ Shopee Rating คือหนึ่งในตัวชี้วัดคุณภาพร้าน และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ที่แพลตฟอร์มใช้ตัดสินใจให้สิทธิ์ต่างๆ กับแบรนด์
ถ้าร้านมีเรตติ้งต่ำ หรือได้รับ Feedback เชิงลบซ้ำ ๆ ผลกระทบไม่ได้จบแค่ยอดขายตก แต่ยังอาจลามไปถึงเรื่องระบบ เช่น
- ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ของแพลตฟอร์มได้
- ถูกจำกัดการเข้าร่วมโปรแกรม Affiliate
- สินค้าถูกลดการมองเห็น หรือแสดงผลน้อยลง
- การยิงโฆษณามีประสิทธิภาพลดลง เพราะระบบมองว่าร้านมีความเสี่ยง
พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ยิงแอดแค่ไหน ถ้าหน้าร้านเต็มไปด้วยรีวิวลบ โอกาสปิดการขายก็ยากขึ้นทันที
การทำโปรโมชั่นและแคมเปญ *สำคัญมาก
แคมเปญใหญ่เช่น 9.9 หรือ 11.11 สำคัญมาก แต่ถ้าลดแบบไม่คิดให้รอบคอบ อาจขายดีแต่ไม่เหลือกำไร แบรนด์บิวตี้ที่ที่ทำจุดนี้ได้ดี จะรู้ว่า โปรไหนใช้ดึงลูกค้าใหม่ โปรไหนใช้กระตุ้นซื้อซ้ำ และจุดไหนไม่ควรลดแล้ว
3 สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมก่อน สำหรับ การสร้างแบรนด์ บน TikTok และ Shopee
3.1 ระบบจัดการสต๊อกสินค้า
หนึ่งในปัญหาที่แบรนด์บิวตี้เจอกันบ่อยมาก โดยเฉพาะแบรนด์ที่โตจาก TikTok Shopee คือ ยอดมาดี คนดูเยอะ ออเดอร์เข้าไม่หยุด แต่ของไม่พอ ปัญหานี้เกิดจากการวางแผนสต๊อกที่ดูแค่ ยอดขายปกติ โดยลืมเผื่อยอดจาก Live และช่วงแคมเปญใหญ่ๆ
โดยทั่วไป แบรนด์บิวตี้ควรมีสต๊อกขั้นต่ำอย่างน้อย 1-2 เดือนของยอดขายเฉลี่ย เพื่อให้รับมือกับออเดอร์ที่เข้ามาพร้อมกันจำนวนมากได้ โดยเฉพาะช่วง Flash Sale หรือวันที่มี Live ใหญ่ หากเป็นแบรนด์ที่ Live บ่อย หรือมี Influencer มาช่วยขาย ควรเผื่อสต๊อกเพิ่มจากปกติอีกประมาณ 30-50%
3.2.ระบบจัดส่งสินค้า
หลังจากลูกค้ากดสั่งซื้อ สิ่งที่เขาคาดหวังต่อทันทีคือของจะถึงเมื่อไร ประสบการณ์ช่วงนี้มีผลกับการรีวิวและการซื้อซ้ำอย่างมาก แบรนด์บิวตี้ส่วนใหญ่มักเลือกใช้หนึ่งในสองทาง คือ ส่งเอง หรือ ใช้ Fulfillment Partner ของแพลตฟอร์ม ให้จัดการการขนส่งให้ทั้งหมด
แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคือการตั้ง SLA (Service Level Agreement) ให้ชัดเจน เช่น
- แพ็กและส่งสินค้าภายใน 24 ชั่วโมงหลังได้รับออเดอร์
- แจ้งสถานะการจัดส่งให้ลูกค้าทราบอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับแบรนด์บิวตี้(หรือแบรนด์สินค้าใดก็ตาม) ความเร็วในการจัดส่งคือส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์แบรนด์ด้วย
3.3 แอดมินและ Customer Service
แอดมิน เป็นทั้งด่านแรกและด่านสุดท้ายที่ลูกค้าได้คุยกับแบรนด์ เป็นคนที่คุยกับลูกค้าโดยตรง จำนวนแอดมินที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณแชท โดยเฉพาะช่วง Live ที่แชทจะเข้าพร้อมกันจำนวนมาก หากมี Live เป็นประจำ ควรมีแอดมินมากกว่า 1 คน เพื่อให้ตอบคำถามได้ทัน ไม่ปล่อยให้ลูกค้ารอนานจนตัดสินใจไปซื้อร้านอื่น
คุณสมบัติที่แอดมินที่ดีควรมี
- ตอบเร็ว
- ตอบชัด
- ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา
- ไม่เลี่ยงปัญหา
เพราะในกรณีที่เกิดปัญหา เช่น สินค้าชำรุด ของส่งช้า หรือแพ้สินค้า การดูแลของแอดมิน สามารถเปลี่ยนประสบการณ์แย่ให้กลายเป็นความประทับใจได้
การตั้งราคาสินค้าให้ขายได้จริงบน TikTok / Shopee
หนึ่งในเรื่องที่ทำให้หลายแบรนด์ขายดีแต่ไม่เหลือกำไร คือการตั้งราคาจากความรู้สึก เช่น ดูราคาคู่แข่งแล้วตั้งตาม หรืออยากให้ราคาดูเข้าถึงง่าย แต่ยังไม่เคยคำนวณต้นทุนทั้งหมดจริง ๆ
บน TikTok และ Shopee ราคาไม่ได้มีแค่ ต้นทุน + กำไร แต่มีค่าใช้จ่ายแฝงอีกหลายส่วนที่ถ้าไม่คิดตั้งแต่ต้น จะเริ่มเข้าเนื้อ และอาจยืนไม่ได้นานในการสร้างแบรนด์
โครงสร้างราคาโดยทั่วไป
ก่อนตั้งราคาขาย แบรนด์ควรรู้ต้นทุนของตัวเองแบบละเอียด โดยทั่วไปจะประกอบด้วย
ต้นทุนผลิตสินค้า
รวมถึงค่าพัฒนาสูตร ค่าแรงการผลิต และค่า QC จากโรงงาน
ค่าแพ็กเกจ
ทั้งขวด กล่อง ฉลาก และการแพ็กสินค้า ยิ่งแพ็กเกจซับซ้อน ต้นทุนยิ่งสูงขึ้น
ค่าจ้างพนักงาน
ในช่วงแรก ค่าใช้จ่ายนี้อาจยังไม่สูง เพราะเจ้าของแบรนด์ทำเองเกือบทั้งหมด แต่พอแบรนด์เริ่มโต และต้องจ้างคนเพิ่ม ต้นทุนส่วนนี้จะเริ่มชัดขึ้นทันที
ค่าการตลาด
เช่น ค่าโฆษณา TikTok, ค่า Live, ค่า Influencer หรือค่าทำคอนเทนต์
ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม
ทั้ง TikTok และ Shopee มีค่าธรรมเนียมและค่าคอมต่าง ๆ ที่ต้องนำมาคิดรวมด้วย
แบรนด์ที่วางโครงสร้างราคาได้ดี จะรู้ตั้งแต่แรกว่าราคานี้ ทำโปรได้แค่ไหน และยังเหลือกำไรเท่าไร
การตั้งราคาให้เหมาะกับโปรโมชัน
Flash Sale
ช่วยเร่งยอดได้เร็ว แต่ควรใช้เป็นช่วงๆ ไม่ควรใช้บ่อยจนลูกค้าจำว่าแบรนด์นี้ต้องรอลดเท่านั้น
Voucher
เหมาะกับการดึงลูกค้าใหม่ หรือกระตุ้นการซื้อซ้ำ แต่ต้องตั้งมูลค่าให้สอดคล้องกับ Margin
Affiliate & Creator Commission
ยิ่งให้เปอร์เซ็นต์สูง ครีเอเตอร์ยิ่งช่วยขาย แต่แบรนด์ต้องมั่นใจว่าคอมมิชชั่นไม่กินกำไรจนหมด
ถ้าต้องการพาร์ทเนอร์โรงงานผลิตครีม ต้องดูอะไรบ้าง
แต่ก่อนที่จะเริ่มต้นสร้างแบรนด์ TikTok หรือ Shopee สิ่งแรกที่แบรนด์บิวตี้ต้องมั่นใจคือ ตัวผลิตภัณฑ์
เพราะไม่ว่าการตลาดจะดีแค่ไหน ถ้าสินค้าไม่ตอบโจทย์ หรือคุณภาพไม่สม่ำเสมอ แบรนด์ก็ไปต่อยาก การเลือกโรงงานผลิตครีมมาเป็นพาร์ทเนอร์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตัดสินใจให้ดีเป็นอันดับแรก
โรงงานผลิตครีม มีกี่แบบ?
OEM (Original Equipment Manufacturer) คือการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ โดยโรงงานเป็นผู้ผลิตตามสูตรที่แบรนด์ของลูกค้ากำหนด วิธีนี้ช่วยลดต้นทุน ความเสี่ยง และเพิ่มความรวดเร็วในการผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ของคุณ
ODM (Original Design Manufacturer) คือ โรงงานผลิตรับจ้าง คิดค้นวิจัยและพัฒนาสูตรและผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ของคุณ เพื่อนำไปจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของลูกค้าเอง โดยโรงงานผลิตครีม ODM จะมีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) เป็นของตัวเอง คิดค้นสูตร หรือตามความต้องการของเจ้าของแบรนด์นั่นเอง
การเลือก โรงงานผลิตครีม โรงงานผลิตเครื่องสำอาง ให้เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ
ถ้าคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีการวางแผน และมองถึงการสร้างแบรนด์ในระยะยาวอย่างยั่งยืน สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกโรงงาน ได้แก่
- มาตรฐานโรงงาน เช่น GMP หรือ ISO เพื่อความมั่นใจด้านคุณภาพและความปลอดภัย
- ขั้นต่ำการผลิต (MOQ) ที่สอดคล้องกับงบและแผนการตลาด
- ความยืดหยุ่นของสูตร สามารถพัฒนาหรือปรับสูตรได้ตามทิศทางแบรนด์
- บริการที่ครอบคลุม เช่น การออกแบบแพ็กเกจ การให้คำปรึกษาด้านการตลาด หรือการยื่นจดแจ้ง
สรุป
ถ้ามองภาพรวมทั้งหมด การสร้างแบรนด์บิวตี้บน TikTok และ Shopee ควรเริ่มจาก การคิดให้ครบและรอบคอบตั้งแต่แรก เริ่มจากการเข้าใจว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ขายด้วยโฆษณา แต่ขายด้วย ความเชื่อใจ
ผู้บริโภคอยากเห็นของจริง อยากฟังประสบการณ์จริง และอยากรู้ว่าแบรนด์ดูแลเขายังไงหลังการขาย
ในขณะเดียวกัน เรื่องหลังบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งการวางสต๊อกให้พอกับยอดขายจริง การจัดส่งที่ไม่ทำให้ลูกค้ารอนาน การมีแอดมินที่ตอบแชทเร็ว แก้ปัญหาเป็น และดูแลรีวิวอย่างมืออาชีพ
รวมถึงการตั้งราคาที่คิดครบทุกต้นทุน เพื่อให้แบรนด์ยังมีกำไรเมื่อถึงเวลาทำโปรโมชัน
เมื่อโครงสร้างชัด คอนเทนต์ดี ระบบหลังบ้านพร้อมรองรับการขาย การเติบโตบน TikTok และ Shopee ก็จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ที่ควบคุมได้
สอบถาม / ปรึกษารายละเอียดการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์
โทรศัพท์ : 02-961-7944
Hotline: 062-598-4224
Email: wathoothornsales@gmail.com, sales@wathoothorn.com
จันทร์ – ศุกร์ : 08.30-17.30 (หยุด เสาร์-อาทิตย์)

